ติวเตอร์ ใน บางกะปิ, กรุงเทพมหานคร

ติวเตอร์ ใน บางกะปิ, กรุงเทพมหานคร

คุณต้องการใช้บริการนี้เมื่อไหร่?
ตอนนี้
ระบุวันที่
ผู้ให้บริการติวเตอร์ ใน บางกะปิ, กรุงเทพมหานคร:

วิธีการทำงาน

Saijai

ติดต่อเรา

ติดต่อเราโดยตรงผ่าน LINE OA เพื่อจองบริการที่คุณต้องการ

Saijai

แจ้งรายละเอียดให้เราทราบ

เลือกบริการ วันที่ เวลา และสถานที่ที่คุณต้องการให้ตรงกับความต้องการของคุณ

Saijai

ยืนยันการจองของคุณ

เราจะยืนยันการจองของคุณภายใน 24 ชั่วโมงผ่านทาง LINE OA

ทรงเกียรติ์ เมธีภาคยางกูร
ทรงเกียรติ์ เมธีภาคยางกูร
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 48 ปี

มีความตั้งใจและตั้งใจ

แสดงเพิ่มเติม
ศิริพร เพ็ชรรัตน์
ศิริพร เพ็ชรรัตน์
Saijai ประสบการณ์ 3-4 ปี

ประสบการณ์สอน (ปี) : สอนมาแล้ว3ปี ปัจจุบันสอนติวเข้ามัธยม1,4 และประถม

รายละเอียด : (ตัวอย่าง)

- คณิต ระดับอนุบาล ประถม สอบเข้าม.1

- คณิต ม.2 ม.4 สอบเข้าเตรียมทหาร

- วิทย์ ประถม และสอบเข้าม.1

- สังคม ประถม สอบเข้าม.1 และสอบเข้าม.4 เตรียมอุดม

- ภาษาไทย อนุบาล ประถม สอบเข้าม.1 และ ม.4เตรียมอุดม

- อังกฤษ อนุบาล ประถม และสอบเข้าม.1

- จีน ปูพื้นฐาน ประถม

เป็นติวเตอร์สอนตามบ้านมา3ปี เป็นติวเตอร์สถาบันสอบเข้ารร.บดินทรเดชา และเป็นติวเตอร์สถาบันสอบเข้าเตรียมทหารลานทอง

ผลงาน / รางวัล :

สอบผ่านการวัดระดับภาษาจีน HSK5

สอบชิงทุนไปเรียนจีนระดับป.ตรีผ่าน (เหตุไม่ได้ไปเพราะติดโควิด)

สอนติวนร.สอบติดม.1 รร.สวนกุหลาบนนท์ได้

สอนติวนร.สอบติดม.1ห้องกิฟต์ได้ รร.สาธิต

สอนติวนร.สอบติดม.4รร.เตรียมอุดมได้

***สามารถให้ติวเตอร์ส่งแนบรูปสอนหรือคลิปการสอนให้ได้ค่ะ***

(สามารถทดลองสอนได้ค่ะ)(มีรีวิวของผู้ปกครอง ติวเตอร์ใจดีมากค่ะสอนเด็กพิเศษได้ค่ะ ใจเย็น)

แสดงเพิ่มเติม
เอมี่ อินทะวงค์
เอมี่ อินทะวงค์
Saijai อายุ 27 ปี

เป็นคนที่กระตือรือร้นในการทำงานและชอบพบปะทำความรู้จักกับคนใหม่ๆเสมอ

แสดงเพิ่มเติม
ชนัฐกานต์ ฟักเฟื่องผล
ชนัฐกานต์ ฟักเฟื่องผล
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
Saijai อายุ 24 ปี

พี่อยู่ มศว ปี2 เอกการสอนฟิสิกส์โดยตรง ฟิสิกส์ 1-2 A เกรดจบม.ปลาย 3.96 มีประสบการณ์สอน 2 ปีเต็ม มีทั้งสอนแบบติว สอนเนื้อหาในห้องเรียน สอนมามากมาย ทั้งสาธิตมก สาธิตมศว(น้องม.5คนนี้ได้เกรด4ฟิสิกส์) เตรียมวิศวะมจพ และอีกมากมายค่า

แสดงเพิ่มเติม
ศรา ศรานุรักษ์
ศรา ศรานุรักษ์
Saijai อายุ 52 ปี

มีความสามารถในการสอน ศิลปะ สอนขับรถ และทำอาหารไทย

แสดงเพิ่มเติม
Jarinpon Wongviriyasakoon
Jarinpon Wongviriyasakoon
Saijai ประสบการณ์ 0-1 ปี
Saijai อายุ 26 ปี
เอกภพ ตรีขันธ์
เอกภพ ตรีขันธ์
Saijai ประสบการณ์ 3-4 ปี
Saijai อายุ 35 ปี
อรรคพล เสวันนา
อรรคพล เสวันนา
Saijai อายุ 36 ปี

สอนเข้าใจง่าย ชัด ตรงประเด็น มีเทคนิคการตัด choice แงะการนำความรู้ไปใช้ในงานวิศวกรรม

แสดงเพิ่มเติม
ชนิตสิรี โทณวณิก
ชนิตสิรี โทณวณิก
Saijai อายุ 29 ปี

สามารถสอนพื้นฐานเตรียมความพร้อมก่อนเข้าคณะสถาปัตยกรรมออกแบบภายในได้ สอนแต่งภาพ ตัดต่อ ออกแบบโลโก้ กราฟฟิคได้ จากโปรแกรม ps ai มีความใจเย็น ปรับตัวได้ดี

แสดงเพิ่มเติม
หัสดิน พงษ์แก้ว
หัสดิน พงษ์แก้ว
Saijai ประสบการณ์ 0-1 ปี
Saijai อายุ 29 ปี

ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ

Saijai จำนวนประชากร
Saijai จำนวนประชากรเด็ก (แรกเกิด-14 ปี)
Saijai จำนวนประชากรสูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป)
Saijai จำนวนสัตว์เลี้ยง สุนัข

รีวิวล่าสุด

เครียดมากช่วงที่ลูกชายต้องตรียมตัวสอบเข้ามหาลัย ดูเค้าไม่พร้อมเลย ไม่มีทางสอบแข่งกับคนอื่นได้แน่ ๆ ผมเป็นห่วงมาก ๆ จนตัดสินใจจ้างติวเตอร์ส่วนตัวมาสอนที่บ้าน เหมือนสวรรค์มาโปรด ลูกพร้อมขึ้นมาก คนเป็นพ่อก็สบายใจครับ
Saijai
พงษ์เทพ รัตนาพล
4 ปีที่แล้ว
จองติวเตอร์ผ่านเว็บใส่ใจ ได้ติวเตอร์ดีๆ มีคุณภาพ และมีประสบการณ์ แถมราคาจับต้องได้ คุณแม่สบายใจ สบายกระเป๋าค่ะ โชคดีมากๆ ที่มาเจอเว็บนี้
Saijai
สุภาพร บริรักษ์
4 ปีที่แล้ว
ตอนนี้ลูกผมอยู่ป.6 ผมก็ไม่ทราบว่าระบบเค้าเป็นยังไง เลยให้ลูกเรียนกับติวเตอร์แบบเข้มข้น เหนื่อยมากครับ ถ้ามาอัดทีหลัง โชคดีที่ติวเตอร์ ดูแลดี สอนดีกระชับ และเน้นแนวสอบบดินทร ผมต้องปรึกษาติวเตอร์ตลอดให้คำแนะนำดี เหมือนทำงานเป็นทีมเดียวกัน ติวเตอร์ ลูก และคุณพ่อ มีแผนมีเป้าหมายดีเลยครับ คิดว่ามีเวลาอีก 4 เดือนลูกทำได้แน่นอน ขอบคุณครับ ใส่ใจทีม
Saijai
เนติภล ชอบจินดา
4 ปีที่แล้ว
ต้องบอกก่อนว่าลูกชายผมจะอ่อนเรื่องคณิต-วิทย์ คือถ้าเป็นวิชาคำนวน จะช้ากว่าที่คุณครูที่โรงเรียนสอน ถ้าให้เรียนกลุ่มใหญ่กลัวไม่ได้ผล ค้นข้อมูลดู ที่นี่มีข้อมูลหลากหลายเลยให้ลูกลองเรียนดู พอดีคลิ๊กกันได้กับครู สอนดีนะครับ ลูกผมโอเคขึ้นมาก ตอนนี้ก็พอได้ในหลายๆอย่าง ติวเตอร์ที่จองกับใส่ใจ ให้ลองทำโจทย์ที่หลากหลายติวเตอร์อธิบายดีครับ
Saijai
สุทธา แหลมเสมอ
4 ปีที่แล้ว
ลูกชายเรียนอยู่ม.6 สามสัปดาห์ก่อนเลยมองหาที่เรียนพิเศษวิทย์-คณิตเพิ่มให้เขา ไปเจอโพสต์ของใส่ใจในเฟซบุ๊ก เห็นมีบริการติวเตอร์ส่วนตัวด้วย ลองดูประวัติติวเตอร์หลายๆคน จนลองนัดสัมภาษณ์ไป 3 คน โชคดีมากที่ตัดสินใจเลือกถูกคน รู้สึกประทับใจกับระบบและติวเตอร์ที่จองผ่านใส่ใจมากเลยค่ะ
Saijai
พิมพ์ชนก เปี่ยมสุข
4 ปีที่แล้ว

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา ติวเตอร์

ข้อดีของการจ้างครูสอนพิเศษหรือติวเตอร์ส่วนตัวมีอะไรบ้าง
อะไรคือข้อดีของการจ้างติวเตอร์ส่วนตัว วันนี้ใส่ใจจะมาขยายความให้ฟังค่ะ

1) ความสะดวกในการเลือกเรียนตามวันและเวลาที่ต้องการ ซึ่งไม่เหมือนกับการเรียนในสถาบันกวดวิชาที่นักเรียนต้องเรียนตามตารางที่โรงเรียนกำหนดเท่านั้น หากขาดเรียนไปแล้ว นักเรียนไม่สามารถที่จะเรียนซ้ำได้ ถ้าเลือกติวเตอร์ส่วนตัว นักเรียนสามารถแจ้งติวเตอร์เพื่อสอนในวันที่นักเรียนสะดวก
2) ไม่ต้องเสียเวลาการเดินทาง ด้วยสภาพการจราจรที่คับคั่งบนท้องถนน บวกกับมลภาวะต่าง ๆ คงจะดีไม่น้อยหากเราไม่ต้องเผชิญกับสภาพเหล่านี้ การจ้างติวเตอร์มาสอนที่บ้านนั้น นักเรียนไม่ต้องเดินทางให้เสียเวลา เพราะครูสอนพิเศษหรือติวเตอร์จะป้อนความรู้ให้ถึงที่บ้านหรืออาจจะเป็นสถานที่ที่สะดวกกับตัวนักเรียนเช่นคาเฟ่ใกล้บ้าน
3) เรื่องความปลอดภัย ความปลอดภัยของเด็ก ๆ เป็นสิ่งที่พ่อแม่กังวล ในสมัยนี้เราเห็นได้ว่าเด็กนักเรียนแต่ละคนมุ่งมั่นกับการติวตามสถาบันต่าง ๆ มากมายเพื่อเตรียมตัวสอบเข้าที่ดี ๆ บางคนเรียนพิเศษถึงค่ำกว่าจะเดินทางกลับบ้านก็ดึกไม่ใช่น้อย หากคุณจ้างติวเตอร์ส่วนตัวมาสอนลูก ๆ ของคุณที่บ้านจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยของลูก ๆ ของคุณได้ค่ะ
4) อีกปัญหาหนึ่งของการเรียนในกลุ่มที่มีนักเรียนจำนวนมาก คือนักเรียนมักมีความเกรงใจและไม่กล้าถามหากเกิดข้อสงสัย จนอาจจะต้องปล่อยผ่านไปทั้ง ๆ ที่ไม่เข้าใจ แต่ในกรณีที่เรียนกับติวเตอร์ส่วนตัวนักเรียนสามารถซักถามได้ทันที

หากคุณสนใจที่จะหาติวเตอร์ให้ลูก ๆ ของคุณ ติวเตอร์ที่อยู่บนเว็บไซต์ของใส่ใจพร้อมให้บริการแล้วค่ะ
ทักษะที่ครูสอนพิเศษหรือติวเตอร์ควรใช้ในการสอน
การจ้างครูสอนพิเศษหรือติวเตอร์มาสอนเสริมหรือพิเศษลูก ๆ ที่บ้านนั้นถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีที่ผู้ปกครองที่มองหาโอกาสเพิ่มพูนความรู้ให้กับลูก การจะหาครูสอนพิเศษสักคนมาติวลูก ๆ ที่บ้านคุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครองต้องคำนึงถึงทักษะด้านใดของติวเตอร์ มาดูกันเลยค่ะ

1) ติวเตอร์ควรมีเทคนิคในการสอนเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้เรียน การถ่ายทอดความรู้ให้แก่ผู้เรียนนั้น จำเป็นต้องใช้เทคนิคที่น่าสนใจและสนุก เพื่อทำให้ผู้เรียนได้รับความรู้ที่เราสอนอย่างมีประสิทธิภาพ หากติวเตอร์ถ่ายทอดความรู้ทางวิชาการที่ตึงเครียดมากเกินไป อาจทำให้เด็กไม่สนใจเรียนและทำให้เบื่อหน่ายได้
2) การเป็นติวเตอร์ควรมีความยืดหยุ่นทั้งในเวลาการสอนหรือสถานที่การสอน ในบางครั้งติวเตอร์อาจจะต้องเปลี่ยนแผนการสอนให้เข้ากับนักเรียนแต่ละคน บางครั้งนักเรียนของคุณไม่สะดวกเรียนที่บ้าน อาจจะสะดวกเรียนตามร้านกาแฟ ห้องสมุดหรือตามสถานที่สาธารณะต่าง ๆ ดังนั้นติวเตอร์จะต้องปรับการสอนให้เหมาะสมกับความต้องการของนักเรียนแต่ละคน
3) ติวเตอร์จะต้องมีความอดทนสูงและเข้าใจ หากนักเรียนของคุณมีข้อสงสัยในเนื้อหาที่เรียนนั้น คุณจะต้องอธิบายจนกว่านักเรียนจะเข้าใจโดยต้องใช้ความพยายามและความอดทนเพราะถือเป็นการช่วยเหลือนักเรียนให้มีผลการเรียนที่ดีขึ้น
4) ทักษะการสื่อสารกับนักเรียน แน่นอนว่าการสอนทักษะที่จำเป็นต้องใช้มากที่สุดคือทักษะการพูด ติวเตอร์ต้องใช้วิธีการพูด วิธีการอธิบายให้เข้าใจมากที่สุด บางครั้งเนื้อหาการเรียนนั้นยากแล้ว หากติวเตอร์ไม่มีวิธีการพูดให้เข้าใจได้ง่ายจะทำให้นักเรียนไม่เข้าใจในเนื้อหาที่ติวเตอร์สอน

นี่คือทักษะขั้นพื้นฐานที่ติวเตอร์ควรมี ดังนั้นหากจะหาติวเตอร์ที่ดีมาสอนลูก ๆ ของคุณที่บ้าน คุณสมบัติดังกล่าวของติวเตอร์สามารถประกอบการตัดสินใจของผู้ปกครองได้ค่ะ
จ้างครูสอนพิเศษหรือติวเตอร์สอนลูกที่บ้านจะช่วยให้ลูกมีผลการเรียนดีขึ้นหรือไม่
การจ้างติวเตอร์ส่วนตัวนั้นจะช่วยทำให้ผลการเรียนของนักเรียนดีขึ้นหรือไม่ วันนี้ใส่ใจมีคำตอบมาให้คุณค่ะ

1) เหตุผลหลัก ๆ ของการเรียนพิเศษคือ นักเรียนอาจจะไม่เข้าใจการเรียนในห้องเรียนจึงตัดสินใจเรียนเสริมเพื่อจะได้เรียนให้ทันเพื่อน ดังนั้นการเรียนพิเศษแบบตัวต่อตัวกับติวเตอร์จะช่วยทำให้นักเรียนเข้าใจเนื้อหาบทเรียนมากขึ้น เมื่อนักเรียนกลับไปเรียนที่โรงเรียน นักเรียนจะเข้าใจเนื้อหาที่อาจารย์สอนมากขึ้น
2) นักเรียนได้ฝึกทำข้อสอบหรือแบบฝึกหัด และสามารถทำข้อสอบได้เมื่อเรียนที่โรงเรียน เพราะแน่นอนจุดสำคัญที่สุดของการเรียนของเด็กไทยเพื่อให้ได้คะแนนดี ๆ หรือเกรดสวย ๆ นั้นมาจากการทำข้อสอบเป็นหลัก ดังนั้นติวเตอร์จะให้ทริคการทำโจทย์ต่าง ๆ ให้นักเรียนเพื่อให้นักเรียนสามารถเอาไปใช้ในสนามสอบได้
3) ติวเตอร์ส่วนตัวให้ความสนใจนักเรียนแบบใกล้ชิด การเรียนแบบกลุ่มใหญ่ในโรงเรียนคุณครูอาจไม่สามารถให้ความสนใจนักเรียนทุกคนได้ เมื่อนักเรียนมีข้อสงสัย ไม่เข้าใจเนื้อหา และไม่กล้าที่จะยกมือถามครูผู้สอน หากนักเรียนจ้างครูพิเศษมาสอนที่บ้าน นักเรียนสามารถถามหรือพูดคุยกับคุณครูสอนพิเศษได้ตลอด และหากนักเรียนอยากให้คุณครูเน้นเนื้อหาใดเป็นพิเศษก็สามารถบอกคุณครูผู้สอนได้เลย เพื่อที่นักเรียนจะได้เข้าใจวิชานั้น ๆ มากขึ้น

ดังนั้นการเรียนพิเศษนั้นสามารถช่วยให้นักเรียนมีผลการเรียนที่ดีขึ้นแน่นอนค่ะ
ข้อตกลงที่นักเรียนต้องตกลงกับติวเตอร์ก่อนเริ่มเรียนมีอะไรบ้าง
มีเหตุผลมากมายว่าทำไมเด็กไทยส่วนใหญ่ในยุคนี้ต่างใช้เวลาไปกับการเรียนพิเศษ ซึ่งหลัก ๆ แล้วอาจจะเป็นเพราะ เรียนในห้องเรียนแล้วไม่เข้าใจ หรืออาจจะเรียนเสริมเพื่อเตรียมตัวเข้าสู่สนามสอบที่มีการแข่งขันสูงเพื่อที่จะต่อยอดในระดับการศึกษาที่สูงและดีขึ้น

อย่างไรก็ดีในปัจจุบันนี้มีหลากหลายทางเลือกสำหรับการเรียนเสริมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสถาบันกวดวิชา หรือ การจ้างติวเตอร์ส่วนตัวก็ดี วันนี้ใส่ใจมีข้อแนะนำสำหรับคุณพ่อคุณที่กำลังมองหาติวเตอร์ให้ลูก ๆ ว่าควรตกลงอะไรกับติวเตอร์ มาดูกันค่ะ

• สิ่งแรกที่คุณพ่อคุณแม่ต้องตกลงกับติวเตอร์คือสถานที่เรียนและเวลาเรียน การจ้างติวเตอร์ส่วนตัวคุณสามารถเลือกสถานที่เรียนและเวลาได้ตามความสะดวก อย่างไรก็ดีหากต้องการจะเรียนที่บ้านหรือตามสถานที่สาธารณะต่าง ๆ เช่นร้านกาแฟ คาเฟ่ หรือห้องสมุดคุณพ่อคุณแม่หรือตัวนักเรียนจะต้องแจ้งให้ติวเตอร์ทราบทุกครั้งเพื่อความชัดเจนทั้งสองฝ่าย
• แน่นอนว่าการจ้างติวเตอร์นั้นคุณหวังเพื่อที่จะได้รับความใส่ใจจากติวเตอร์ ดังนั้นก่อนทำการเรียนทุกครั้งนักเรียนจะต้องพูดคุยกับติวเตอร์ถึงเรื่องการเรียน หากคุณต้องการให้ติวเตอร์สอนคุณในเนื้อหาบทเรียนไหนเป็นพิเศษนักเรียนจะต้องบอกติวเตอร์เพื่อที่ติวเตอร์ เพราะติวเตอร์ส่วนตัวนั้นจะช่วยให้เราได้พัฒนาตัวเองในด้านการเรียนที่ดีขึ้น
• ค่าจ้าง ก่อนทำการจ้างคุณพ่อคุณแม่จะต้องตกลงค่าจ้างกับติวเตอร์ตามชั่วโมงที่จ้างสอน
หากคุณพ่อคุณแม่ต้องการจ้างติวเตอร์ส่วนตัวเพื่อลูก ๆ ของคุณจะได้สะดวกในการเรียน ใส่ใจมีติวเตอร์คุณภาพรอให้บริการคุณอยู่ค่ะ

ที่มาของชื่อเขตบางกะปิ

ชื่อ เขตบางกะปิ” มีหลากหลายที่มา ทั้งที่มาตามความเชื่อ และที่มาของเชื่อจากลักษณะทางภูมิศาสตร์ของพื้นที่บริเวณนั้น ที่มาของคำว่า “กะปิ” หากแบ่งตามความเชื่อนั้นมีด้วยกัน 2 เรื่องราวดังนี้

1) คนในสมัยโบราณมีความเชื่อว่า ในอดีตพื้นที่บริเวณนี้มีความอุดมสมบูรณ์ และมีแหล่งน้ำที่ประชาชนนิยมนำกุ้งตัวเล็ก ๆ ที่หาได้มาทำกะปิกันเป็นจำนวนมาก จึงเรียกกันคุ้นหูในชื่อนี้

2) เชื่อกันว่านำมาจากชื่อเรียกหมวกชนิดหนึ่งของชาวมุสลิม คือ “กะปิเยาะห์” เนื่องจากบริเวณนี้มีชาวมุสลิมอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่มีการแต่งกายแบบสวมหมวกคลุมหัวตามชื่อหมวกดังกล่าวจึงเป็นอีกหนึ่งที่มาของชื่อเรียกของเขตบางกะปิ

ส่วนที่มาอีกแง่หนึ่ง ที่เรียกตามลักษณะทางภูมิศาสตร์นั้น เนื่องจากเขตพื้นที่บริเวณบางกะปิในอดีตเป็นป่าทึบ มีลิงอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก โดยคำว่า “กบิ” หรือ “กบี่” นั้น มีความหมายว่า “ลิง” และในปัจจุบันทางเขตบางกะปิ ยังคงใช้รูปหนุมานเป็นสัญลักษณ์เขตเช่นกัน จึงเป็นที่มาอีกเรื่องราวของชื่อเรียก “บางกะปิ” ดังที่กล่าวมาข้างต้น

อย่างที่ทราบกันว่าเขตพื้นที่นี้มีลักษณะทางภูมิศาสตร์เป็นป่าทึบ ทำให้ในช่วงรัชกาลที่ 3 เกิดกบฏขึ้นที่เมืองนครจำปาศักดิ์และเมืองหลวงพระบาง มีเจ้าพระยาบดินทรเดชาเป็นแม่ทัพในการปราบกบฏในครั้งนี้จนสำเร็จ และรวบรวมผู้คนตามหัวเมืองรายทางมาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ริมคลองแสนแสบและคลองกุ่ม ซึ่งเป็นคลองที่ไหลผ่านบริเวณเขตบางกะปิเช่นกัน ในปีพุทธศักราช 2509 มีผู้คนบริเวณนี้เริ่มหนาแน่นขึ้น จึงถูกเปลี่ยนเป็นการปกครองในรูปแบบของ “อำเภอบางกะปิ” และเปลี่ยนแปลงอีกครั้งในปีพุทธศักราช 2514-2515 ไปเป็นการปกครองส่วนท้องถิ่นพร้อมกับปรับเปลี่ยนฐานะเป็น “เขตบางกะปิ” จวบจนปัจจุบันนี้



สนามกีฬาชื่อดังเขตบางกะปิ

ในยุคที่เศรษฐกิจของกรุงเทพมหานครกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ภาครัฐและเอกชนตัดสินใจลงทุนในโครงการใหม่ๆเป็นจำนวนมาก รวมถึงการขยายตัวในเขตพื้นที่ของบางกะปิด้วยเช่นกัน โดยสถานที่สำคัญ ๆ ที่ตั้งอยู่ในเขตบางกะปินั้นมีหลายแห่ง หนึ่งในนั้นคือ สนามกีฬาหัวหมาก ตั้งอยู่ที่ แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ติดกับมหาวิทยาลัยรามคำแหง และมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เป็นศูนย์กีฬาหลักของการกีฬาแห่งประเทศไทย ประกอบไปด้วยอาคารหลายหลัง และสนามที่สำคัญมีอยู่ 2 สนาม คือ

1) ราชมังคลากีฬาสถาน เป็นสนามที่มีความโดดเด่น มีขนาดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ใหญ่เป็นอันดับที่ 55 ของโลก และใหญ่เป็นอันดับที่ 17 ของทวีป ผู้ออกแบบคือ คุณรังสรรค์ ต่อสุวรรณ จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สนามกีฬาแห่งนี้มีความจุในการรองรับผู้เข้าชมในตัวอาคารถึง 80,000 คน และอัฒจันทร์ 51,522 ที่นั่ง เคยใช้เป็นสถานที่ในการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 ที่กรุงเทพเป็นเจ้าภาพในปีพุทธศักราช 2541 อีกด้วย ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศที่ได้จัดกีฬาเอเชี่ยนเกมส์มากที่สุดถึง 4 ครั้ง สนามกีฬาแห่งนี้ไม่เพียงแต่ใช้ในการจัดการแข่งขันกีฬาเพียงเท่านั้น แต่ยังใช้เป็นสถานที่ในการจัดคอนเสิร์ต และกิจกรรมทางการเมืองต่าง ๆ อีกด้วย

2) อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก ชื่อเดิมคือ สนามกีฬากิตติขจร สร้างแล้วเสร็จเมื่อปีพุทธศักราช 2509 เป็นสนามกีฬาในร่มที่เหมาะสำหรับใช้ฝึกซ้อมและแข่งขันกีฬาในร่ม โดยสนามนี้ได้ใช้เพื่อรองรับการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 6 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพเช่นกัน อาคารหลังนี้มีความจุภายในอาคารเพียง 10,000 – 15,000 คน แต่ในปัจจุบันได้มีการปรับปรุงพื้นที่รองรับผู้เข้าชมให้มีมากถึงจำนวน 6,000 ที่นั่ง



"รามคำแหง" สถานศึกษาชื่อดังในย่านบางกะปิ

การศึกษา เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญสำหรับทุกคน เพื่อใช้ในการส่งเสริมชีวิตให้อยู่รอดได้ ยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันที่มีสภาวะเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไปจากในอดีตมาก ดังนั้นพ่อ แม่ ผู้ปกครองควรให้คำแนะนำ ช่วยเหลือในการเลือกสถานศึกษาที่มีคุณภาพในการผลิตนักศึกษา ให้เด็กในวันนี้เติบโตอย่างมีความรู้ มีความสามารถในการประกอบอาชีพ และหาเลี้ยงตัวเองได้ในอนาคต

สำหรับในพื้นที่บางกะปินั้น มีสถานศึกษาแห่งหนึ่ง ที่มีชื่อเสียง มีผู้คนให้ความสนใจที่จะเข้าศึกษาจำนวนมากคือ “มหาวิทยาลัยรามคำแหง” มหาวิทยาลัยรามคำแหงถูกก่อตั้งเมื่อพุทธศักราช 2514 บนที่ดินประมาณ 300 ไร่เศษ เป็นมหาวิทยาลัยที่มีรูปแบบการเรียนการสอน และหลักสูตรที่หลากหลาย เพื่อแก้ไขการขาดแคลนสถานที่เรียนในระดับอุดมศึกษา ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญในทุกวันนี้ มีการรับบุคคลเข้าศึกษาโดยไม่มีการสอบคัดเลือกและไม่จำกัดจำนวนคนเรียนในชั้นเรียน อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการเรียนที่รองรับทุกฐานะทางการเงินของแต่ละครอบครัวให้สามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมกัน

ตัวมหาวิทยาลัยอยู่ในย่านรามคำแหง ตั้งอยู่เลขที่ 2086 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ทางฝั่งตะวันออกของกรุงเทพ ฯ มีถนนรามคำแหงเป็นถนนสายหลักมายาวนานตั้งแต่ช่วงแรกในการขยายเมือง ปัจจุบันถนนรามคำแหงมีจุดเชื่อมต่อกับถนนสำคัญหลายสาย เช่น ถนนเพชรบุรี ถนนพัฒนาการ ถนนสุขุมวิท 71 ถนนลาดพร้าว ถนนพระราม 9 ทำให้เดินทางไปยังหลายพื้นที่อย่างได้สะดวก

นอกจากนั้นมหาวิทยาลัยนี้เป็น มหาวิทยาลัยเปิด ที่มุ่งเน้นในด้านวิชากฎหมาย โดยเป็นที่นิยมสำหรับผู้คนจากภาคใต้ของประเทศไทย ที่มักสนับสนุนให้บุตรหลานได้เรียนทางด้านกฎหมายในรั้วมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ทำให้ย่านรามคำแหงเป็นแหล่งรวมผู้คนจากทางภาคใต้ ที่เข้ามาทำงาน ค้าขาย เรียนหนังสือ ฯลฯ กลายเป็นชุมชนขนาดใหญ่ของคนใต้อย่างที่เห็นในทุกวันนี้